เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่เพิ่งผ่านพ้นไป กลายเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนความเปราะบางของเมืองและโครงสร้างพื้นฐานของไทย ท่ามกลางฝนตกหนักต่อเนื่อง หรือภาวะฝนแช่ที่นักอุตุนิยมวิทยาเรียกว่า Rain Bomb เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเฉพาะพื้นที่ แต่ชี้ให้เห็นแนวโน้มของสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดถี่และรุนแรงขึ้น อันเป็นผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับรูปแบบการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับประเทศ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เหตุการณ์น้ำท่วมและภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศเกิดขึ้นบ่อยครั้งและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ไม่เพียงกระทบต่อชีวิตประชาชนและเศรษฐกิจในพื้นที่ แต่ยังส่งผลต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า การสื่อสาร และการขนส่ง
ในเชิงโครงสร้าง ภาคพลังงานยังคงเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลักของประเทศ ขณะที่ประเทศไทยยังพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในสัดส่วนสูง นักวิชาการและนักวิเคราะห์ด้านพลังงานมองว่า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนจึงไม่ใช่เพียงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว
ทิศทางดังกล่าวสะท้อนผ่านนโยบายและการลงทุนของทั้งภาครัฐและเอกชน ความต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคธุรกิจที่เริ่มให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดทั้งในมิติของต้นทุน ภาพลักษณ์ และความยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าสะอาดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากระบบพลังงานยังขาดความยืดหยุ่นและการกระจายตัว
บทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ชี้ให้เห็นข้อจำกัดของระบบพลังงานแบบรวมศูนย์ เมื่อโครงข่ายหลักหยุดชะงัก ชุมชนจำนวนมากต้องเผชิญกับไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน ในบางพื้นที่ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานในระดับชุมชนหรือศูนย์พักพิง ช่วยให้ยังสามารถเข้าถึงไฟฟ้าในช่วงวิกฤต ขณะเดียวกัน ระบบสูบน้ำที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ยังมีบทบาทในการจัดการน้ำและบรรเทาผลกระทบเบื้องต้นได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่ทั้งหมด
ในระยะยาว การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงานถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความรุนแรงของเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว แม้พลังงานสะอาดจะไม่สามารถป้องกันภัยพิบัติได้โดยตรง แต่สามารถช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับทั้งระบบพลังงานและชุมชน
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านพลังงานจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ตั้งแต่ระดับครัวเรือนที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ภาคธุรกิจที่ลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงานและพลังงานหมุนเวียน ไปจนถึงชุมชนที่พัฒนาโครงการพลังงานสะอาดในพื้นที่ของตนเอง แนวคิดการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานจึงเริ่มถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่นคงในยุคที่ความเสี่ยงจากสภาพอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัว
ท่ามกลางเหตุการณ์น้ำท่วมและภัยพิบัติที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลังงานสะอาดจึงไม่ได้เป็นเพียงภาพของอนาคตที่ยั่งยืน แต่กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ เพื่อรองรับความเสี่ยงใหม่ และสร้างความพร้อมรับมือกับความท้าทายในระยะยาว
By: Energy Connex Team