หากองค์กรมีที่ดินว่างผืนหนึ่งที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ เราจะทำอะไรกับพื้นที่เหล่านั้นได้บ้าง?
หลายคนอาจนึกถึงการ “ปลูกต้นไม้” เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวแล้ว ต้นไม้ยังช่วยดูดซับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อน
แต่ถ้าไปไกลกว่านั้น จากการปลูกต้นไม้สู่การ “ฟื้นฟูป่า” และบริหารจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ ปริมาณคาร์บอนที่ป่าช่วยดูดซับและกักเก็บได้ยังสามารถนำมาต่อยอดเป็น “คาร์บอนเครดิต” เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการบริหารจัดการคาร์บอนขององค์กรได้อีกด้วย
ป่าฟื้นฟู 1 ไร่ ดูดซับคาร์บอนได้มากแค่ไหน?
ป่าฟื้นฟู 1 ไร่ สามารถดูดซับหรือกักเก็บคาร์บอนได้เฉลี่ย 0.95 tCO2eq ต่อปี ทั้งนี้ ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนจริงขึ้นอยู่กับลักษณะของพื้นที่และโครงการ
คาร์บอนที่กักเก็บได้สามารถนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Offset) สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero และช่วยเสริมการดำเนินงานด้าน ESG ขององค์กร
ดังนั้น การฟื้นฟูพื้นที่จึงอาจมองได้มากกว่ากิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการลงทุนที่สร้างประโยชน์ได้หลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ที่ดินแบบไหนเหมาะกับการทำโครงการ?
ไม่จำเป็นต้องมีที่ดินผืนใหญ่ระดับหลายพันไร่ เพราะโครงการสามารถเริ่มได้ตั้งแต่ 10 ไร่ขึ้นไป และสามารถรวมหลายแปลงเข้าด้วยกันได้ หากมีเอกสารสิทธิ์หรือสิทธิในการใช้ประโยชน์ที่ดินถูกต้องตามเงื่อนไข
ลักษณะพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น พื้นที่รกร้าง พื้นที่เสื่อมโทรม หรือพื้นที่เกษตรกรรมเดิม แต่มีข้อสำคัญคือต้องไม่ใช่พื้นที่ป่าสมบูรณ์เดิม
ดังนั้น หากองค์กรมีที่ดินที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์และยังไม่มีแผนพัฒนาในระยะสั้น การนำพื้นที่เหล่านั้นมาฟื้นฟูเป็นป่า ก็อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการบริหารจัดการพื้นที่และคาร์บอนขององค์กร
จาก “ปลูกต้นไม้” สู่ “คาร์บอนเครดิต” ทำอย่างไร?
หลายคนอาจเข้าใจว่าแค่ปลูกต้นไม้แล้วจะกลายเป็นคาร์บอนเครดิตทันที จริง ๆ แล้วต้องผ่านกระบวนการสำรวจ ออกแบบ ขึ้นทะเบียน และตรวจวัดอย่างเป็นระบบ
สำหรับแนวทางของ ปตท. กระบวนการหลักแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอน
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ พูดคุยถึงเป้าหมายขององค์กรและข้อมูลเบื้องต้นของที่ดิน เพื่อวางแนวทางให้เหมาะกับแต่ละโครงการ
- ประเมินศักยภาพพื้นที่ สำรวจและวิเคราะห์ว่าพื้นที่นั้นมีศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนมากน้อยเพียงใด
- ออกแบบโครงการ วางแผนชนิดพันธุ์ไม้และรูปแบบการฟื้นฟูให้เหมาะกับสภาพพื้นที่
- ขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER ดำเนินการตามมาตรฐานขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO)
- ติดตามผลและส่งมอบเครดิต ตรวจวัดและรับรองปริมาณคาร์บอน ก่อนส่งมอบคาร์บอนเครดิตตามมาตรฐาน
กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 8-11 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของพื้นที่และขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง โดยช่วงเตรียมการและขึ้นทะเบียนโครงการใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน ส่วนการตรวจวัดและขอรับรองเครดิตใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน
ปลูกป่าแล้วได้อะไร นอกจากคาร์บอนเครดิต?
ในวันที่เรื่อง “คาร์บอน” กำลังเข้ามามีบทบาทกับภาคธุรกิจมากขึ้น “คาร์บอนเครดิต” จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่องค์กรสามารถนำมาใช้ประกอบการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ผลิตภัณฑ์ หรือกิจกรรมต่าง ๆ และสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนในตลาดได้ เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในอนาคต
ปัจจุบัน ปตท. โดยสถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ดำเนินโครงการ T-VER ภาคป่าไม้แล้ว 22 โครงการ (มีคาร์บอนเครดิตขึ้นทะเบียนแล้ว 14,729 tCO2eq/ปี) พร้อมทั้งร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐดำเนินงานปลูกและบำรุงรักษาป่าเพื่อคาร์บอนเครดิตรวมกว่า 175,043 ไร่ทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ 24 สิงหาคม 2569)
ขณะเดียวกัน การฟื้นฟูป่ายังช่วยเปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้กลับมาเป็นพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ส่วนในบางโครงการ กิจกรรมตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ การปลูก และการดูแลรักษา ยังสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นได้ด้วย
จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่เชื่อมโยง สิ่งแวดล้อม สังคม และการดำเนินธุรกิจ เข้าด้วยกัน
ที่ดินหนึ่งผืน มีประโยชน์มากกว่าที่คิด
การเปลี่ยนที่ดินว่างให้เป็นป่า จึงไม่ได้หมายถึงการนำพื้นที่ไปปลูกต้นไม้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการนำพื้นที่ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์มาฟื้นฟูให้เกิดประโยชน์ในหลายด้าน ทั้งช่วยดูดซับคาร์บอน เพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูระบบนิเวศ และหากพัฒนาเป็นโครงการตามมาตรฐาน ก็สามารถต่อยอดสู่คาร์บอนเครดิตได้
ในวันที่เรื่องคาร์บอนกำลังเข้ามามีบทบาทกับภาคธุรกิจมากขึ้น ที่ดินว่างจึงอาจเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่องค์กรสามารถนำมาพิจารณาในการวางแผนจัดการคาร์บอนควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชน
พร้อมเปลี่ยนที่ดินว่างเปล่า ให้เป็นสินทรัพย์คาร์บอนแล้วหรือยัง?
ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก ปตท. พร้อมให้คำปรึกษาและ ประเมินศักยภาพที่ดินเบื้องต้น ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่:
- อีเมล: [email protected]
- โทรศัพท์: 02 537 1351
- เว็บไซต์: https://pttngr.pttplc.com/
- Line Official: @factorydoctor