ตลาดน้ำมันโลกผันผวน ท่ามกลางความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า จับตาปฏิบัติการทหารสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์ตลาดน้ำมันโลกประจำสัปดาห์วันที่ 19–23 มกราคม 2569 และแนวโน้มสัปดาห์วันที่ 26–30 มกราคม 2569 พบว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเคลื่อนไหวในทิศทางฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ขณะที่นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่เข้มงวดขึ้นสร้างความกังวลต่อเศรษฐกิจโลก

ภาพรวมราคาน้ำมันเฉลี่ยรายสัปดาห์
- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (ICE Brent) เฉลี่ยอยู่ที่ 64.75 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) เฉลี่ย 60.26 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
- ราคาน้ำมันดิบดูไบ (Dubai) เฉลี่ย 62.08 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.07 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
- ราคาน้ำมันสำเร็จรูป เบนซินออกเทน 95 เฉลี่ย 72.82 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.08 และ
- ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ย 81.44 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยหนุนตลาด: ความตึงเครียดอิหร่าน-สหรัฐฯ ทวีความรุนแรง
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง อิหร่าน และ สหรัฐอเมริกา กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาน้ำมันอย่างมาก หลังวันที่ 16 มกราคม 2569 นาย อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ออกมากล่าวโทษประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็นผู้ปลุกปั่นให้เกิดการประท้วงในอิหร่าน และเตือนว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรงหากสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน
ขณะเดียวกัน Reuters รายงานว่าเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln จะมุ่งหน้าจากทะเลจีนใต้สู่อ่าวเปอร์เซียในตะวันออกกลางตามคำสั่งของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งเพิ่มความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจยกระดับปฏิบัติการทางทหารเพื่อโจมตีอิหร่าน สร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง
ปัจจัยกดดัน: สงครามการค้าและมาตรการภาษีใหม่
ในอีกด้านหนึ่ง สหรัฐอเมริกา มีแผนบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้าทุติยภูมิในอัตรา 25% ต่อประเทศที่ทำธุรกรรมกับอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลให้อัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 72% และอาจทำให้การเจรจาข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนชะงักลง สร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก
นอกจากนี้ วันที่ 18 มกราคม 2569 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่าน Truth Social ว่ามีแผนจะขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าเพิ่มเติมอีก 10% ต่อประเทศในยุโรป ได้แก่ เดนมาร์ก, นอร์เวย์, สวีเดน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, ฟินแลนด์ และสหราชอาณาจักร มีผลวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อตอบโต้ต่อการคัดค้านไม่ให้สหรัฐฯ เข้ายึดครองกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองภายใต้เดนมาร์ก
ผลกระทบต่ออุปทาน: อินเดียลดการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย
อินเดีย นำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียในเดือนธันวาคม 2568 ลดลง 22% จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 1.38 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ำสุดในรอบ 2 ปี จากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ทำให้โรงกลั่นในอินเดียหันไปซื้อน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นๆ ทดแทน ซึ่งส่งผลต่อโครงสร้างการค้าน้ำมันในภูมิภาค
By: Energy Connex